"โคลอสตรุม"หยดรักแรกจากแม่ สร้างภูมิคุ้มกันชีวิตลูก...

"โคลอสตรุม"หยดรักแรกจากแม่ สร้างภูมิคุ้มกันชีวิตลูก...

 

นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข

     เป็นที่ทราบกันดีว่า “นมแม่”  ถือเป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูกในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต เพราะนอกจากในนมแม่จะมีสารอาหารพิเศษที่เรียกว่า “พรีไบโอติก” หรือแบคทีเรียในกระเพาะอาหารที่มีประโยชน์ในการต่อสู้กับเชื้อโรคและการติดเชื้อที่อาจจะเกิดขึ้นได้แล้ว งานวิจัยหลายชิ้นยังระบุตรงกันว่า เด็กที่กินนมแม่จะมีระดับความดันเลือดที่ดีกว่าเด็กทั่วไป และมีแนวโน้มว่าจะเป็นโรคอ้วนในผู้ใหญ่น้อยกว่าเด็กที่กินนมวัวหรือนมอื่นๆ นอกจากนี้ นมแม่ยังช่วยป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ หูและการแพ้ต่างๆ เช่น หอบหืดและผื่นผิวหนังอักเสบ รวมไปถึงช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคเบาหวานและลูคีเมียในเด็ก

     ในส่วนของคุณแม่เอง เมื่อให้ลูกกินนม ร่างกายของแม่จะหลั่งฮอร์โมนออกซิโตซิน หรือที่เรียกว่า ฮอร์โมนแห่งความรัก (love hormone) ออกมาเป็นการสร้างความรัก ความผูกพันกับลูกด้วย

     นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมอนามัย บอกว่า กรมอนามัยได้ดำเนินการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มาอย่างต่อเนื่อง สอดรับกับองค์การอนามัยโลกและองค์การยูนิเซฟ ที่ได้แนะนำให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน จากนั้นให้นมแม่ควบคู่กับอาหารตามวัยจนลูกมีอายุถึง 2 ปีหรือมากกว่า นมแม่จึงนับเป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูก เพราะมีสารอาหารกว่า 200 ชนิด ที่ให้ทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตามินและแร่ธาตุ ช่วยในการเจริญเติบโต พัฒนาสมองและจอประสาทตา ทำให้สายตามองเห็นได้ดี และเรียนรู้สิ่งต่างๆได้อย่างรวดเร็ว

 
   “สารสำคัญที่สุดที่มีในนมแม่โดยเฉพาะส่วนที่เรียกว่า “หัวน้ำนม” ก็คือ “โคลอสตรุม” (colostrums) หรือ “น้ำนมเหลือง” คือน้ำนมที่หลั่งออกมาในช่วงเวลา 24–36 ชั่วโมงแรกหลังการคลอดเท่านั้น เป็นน้ำนมที่มีประโยชน์มหาศาล อุดมไปด้วยสารอาหารที่ทำหน้าที่เสริมสร้างและกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย เป็นสิ่งที่จะช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้กับคนเราตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงวัยชรา เรียกว่าเป็นอาหารมื้อแรกที่มีคุณค่ามากที่สุดของชีวิต” อธิบดีกรมอนามัยบอก พร้อมกับอธิบายเพิ่มเติมว่า มีงานวิจัยในหลายประเทศ พบว่า โคลอสตรุมมีสารภูมิคุ้มกันในปริมาณสูง ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อในทารกแรกเกิด จากการศึกษาในปากีสถานและในสวีเดนพบว่า การให้นํ้านมแม่ในระยะแรกเกิดสามารถลดอัตราการเกิดภาวะติดเชื้อในทารกแรกเกิด นอกจากนี้

     ในน้ำนมแม่ระยะแรกๆยังมีสารภูมิคุ้มกันที่สำคัญ คือ secretary IgA, เม็ดเลือดขาว, ไลโซไซม์ ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่มีฤทธิ์ย่อยสลายผนังเซลล์ของเชื้อแบคทีเรียทําให้เชื้อตาย, แลตโตเฟอริน หรือโปรตีนที่ช่วยต่อต้านเชื้อโรค และ bifidus growth factor สารที่กระตุ้นการเจริญเติบโตของแล็กโตบาซิลัส ช่วยให้แบคทีเรียไม่สามารถอาศัยอยู่ในลําไส้ได้ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างภูมิคุ้มกันชีวิต นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ในน้ำนมเหลืองและน้ำนมแม่ ยังประกอบไปด้วย Growth factors ซึ่งเป็นสารที่ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโต เสริมสร้าง และซ่อมแซมเนื้อเยื่อของร่างกายหลายชนิด รวมทั้งกระตุ้นพัฒนาการทางด้านร่างกายและสมองให้กับทารกอย่างมาก

     นพ.เจษฎา กล่าวอีกว่า และด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี มีการวิจัยล่าสุดพบว่า นํ้านมระยะ colostrums จะมีปริมาณเม็ดเลือดขาวสูงสุด นอกจากนี้ ไลโซไซม์ในนํ้านมระยะนี้จะมีปริมาณสูงถึง 5,000 เท่า เมื่อเทียบกับนมวัว การได้รับนํ้านมระยะโคลอสตรุมจึงเป็นการให้ทารกได้รับภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติในเบื้องต้นของชีวิต
 

     “ทารกที่เคยกินนมแม่จะมีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยชนิดที่ต้องนอนโรงพยาบาลเพราะโรคติดเชื้อ เช่น ทางเดินหายใจ ท้องเสีย น้อยกว่าทารกที่ไม่เคยได้รับนมแม่เลยประมาณ 2 เท่า นอกจากนี้จากการสังเคราะห์งานวิจัย จำนวน 35 การศึกษาใน 14 ประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศที่กำลังพัฒนา พบว่า ทารกที่ได้รับนํ้านมแม่อย่างเดียวในระยะ 4 เดือนแรกจะมีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยหรือเสียชีวิตจากโรคต่างๆ เช่น ท้องเสีย ปอดบวม หูชั้นกลางอักเสบ ลําไส้อักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ทางเดินปัสสาวะอักเสบ หรือต้องนอนโรงพยาบาลด้วยอาการท้องเสีย หรือเสียชีวิตจากโรคท้องเสียน้อยกว่าทารกที่ได้รับนมผสม

     ด้าน นายสรวงศ์ เทียนทอง รมช.สาธารณสุข บอกว่า ในปี 2556 กระทรวงสาธารณสุขได้ส่งเสริมการฝากท้องทุกที่ฟรีทุกสิทธิ์ด้วยบัตรสุขภาพแม่และเด็ก เพื่อส่งเสริมการฝากท้องเร็ว สร้างความเท่าเทียมในการเข้ารับบริการให้กับหญิงตั้งครรภ์ โดยบัตรสุขภาพแม่และเด็กจะบรรจุข้อมูลสุขภาพอย่างครอบคลุมทุกด้านของทารกตั้งแต่คลอดจนถึงอายุ 5 ปี

     ในส่วนของนมแม่ นายสรวงศ์ บอกว่า จากหลักฐานการศึกษาทั้งในประเทศที่พัฒนาและกำลังพัฒนา ทารกที่กินนมแม่จะเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยหรือพบอาการท้องเสีย ปอดบวม หูชั้นกลางอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ทางเดินปัสสาวะอักเสบ รวมทั้งเสียชีวิตน้อยกว่าทารกที่กินนมผสม ถือได้ว่าเป็นวัคซีนหยดแรกที่มีคุณค่ามากที่สุดสำหรับชีวิต

     รมช.สาธารณสุข บอกว่า ปัจจุบันแม่และลูกเมื่อมาฝากครรภ์กับ รพ.จะได้รับบัตรสุขภาพแม่และเด็กที่บรรจุข้อมูลสุขภาพอย่างครอบคลุมทุกด้าน เริ่มตั้งแต่การตั้งครรภ์ โดยจะมีข้อมูลการฝากครรภ์ เมื่อเด็กเกิดก็จะมีข้อมูลสุขภาพทั้งแม่และเด็ก ข้อมูลการฉีดวัคซีน การรับนมแม่ โรคประจำตัว รวมทั้งข้อมูลด้านพัฒนาการของเด็กตามตัวชี้วัดหลายด้าน เช่น ส่วนสูง น้ำหนัก เส้นรอบวงของหัวเด็ก เป็นการติดตามพัฒนาการของเด็กอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปสู่การส่งเสริมให้เกิดพัฒนาการตามวัยอย่างเหมาะสมต่อไป.

โดย: ไทยรัฐฉบับพิมพ์

 

     ผลิตภัณฑ์แนะนำ

    กลุ่มผลิตภัณฑ์ ทรานสเฟอร์ แฟกเตอร์ (Transfer Factor) เพิ่มประสิทธิภาพระบบภูมิคุ้มกัน

10 สิงหาคม 2556,