คุณค่าของแมกนีเซียม....มีมากกว่าที่คุณคิด

คุณค่าของแมกนีเซียม....มีมากกว่าที่คุณคิด 

     เวลาเราคิดเสริมแร่ธาตุให้ผู้สุงอายุเรามักคิดถึงแต่แคลเซี่ยม นมก็ต้องเสริมแคลเซี่ยม และมีอยู่น้อยคนนักที่จะนึกถึง แมกเซี่ยม ข้อมูลที่คนทั่วๆไปเคยทราบมาว่าแมกนีเซี่ยม เป็นแร่ธาตุ จำเป็นต่อการสร้างเอ็นไซม์ในร่างกายกว่า 300 ชนิด ที่ใช้ในการสร้างหน่วยพลังงานที่เรียกว่า ATP 

     ล่าสุดมีรายงานผลการวิจัย ตีพิมพ์ใน journal BMC Bioinformatics พบว่าแมกเซี่ยมมีบทบาทสำคัญมากกว่าที่เราเคยคาดคิดมาก่อน 

     พบว่าในโครงสร้างโปรตีนของมนุษย์มีมากกว่า 3,751 ตำแหน่งที่ใช้ในการจับตัวกับแมกนีเซี่ยม ดังนั้นหากขาดแคลนแร่ธาตุดังกล่าว ย่อมส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อระบบการทำงานของทุกๆเซลล์ 

     มีการค้นพบ "magneseome,"ที่ควบคุมพฤติกรรมและทำงานของโปรตีนในร่างกาย และนั่นคือที่มาของอิทธิพลของแมกนีเซี่ยมต่อภาวะสุขภาพหรือภาวะโรคในร่างกายของเรา !!!! 


     ตลอดระยะเวลา 40 ปีที่ผ่านมามีผลการศึกษาเกี่ยวกับแมกนีเซี่ยมเฉลี่ยปีละประมาณ 2,000 ชิ้น และเมื่อรวบรวมข้อมูลเหล่านั้นออกมาก็พอสรุปได้ว่าแมกนีเซี่ยมมีคุณค่าต่อร่างกายมากกว่า 100ประการเลยทีเดียว เช่น :

     การปวดกล้ามเนื้อชนิดที่เป็นเส้นยาว เช่น บริเวณ แขน-ขา หรือ น่อง( Fibromyalgia) : พบว่าแมกนีเซี่ยม (magnesium malate) แม้เพียง 50 mg ก็มีผลช่วยลดอาการเจ็บปวดกล้ามเนื้อได้ 

     ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Atrial Fibrillation) : ใช้เดี่ยวๆหรือร่วมกับยาก็มีผลช่วยลดอาการดังกล่าว

     เบาหวานชนิด Type 2 : ผลการศึกษาในปี 2007 พบว่าผู้ป่วยเบาหวานมักมีแมกนีเซี่ยมบกพร่อง13.5 to 47.7% การเสริมด้วยแมกนีเซี่ยมยังมีผลช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของอินซูลิน และเพิ่มระดับ HDL 

     กลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน (Premenstrual Syndrome) : อันประกอบด้วยกลุ่มอาการ อารมณ์หงุดหงิด ขี้โมโห ปวดศีรษะ ปวดท้องหรือ ปวดประจำเดือน

     โรคหัวใจและหลอดเลือด : กล้ามเนื้อหัวใจเป็นเนื้อเยื่อพิเศษที่ต้องใช้พลังงานเยอะที่สุด จึงเป็นเนื้อเยื่อที่มีปริมาณเตาเผาพลังงาน (mitochondria)มากกว่ากล้ามเนื้อส่วนอื่นๆถึง 100เท่า เพื่อใช้สร้างหน่วยพลังงานที่เรียกว่า ATP ทำให้แมกนีเซี่ยมเป็นแร่ที่มีบทบาทสำคัญกับกล้ามเนื้อหัวใจมากทีเดียว 

     ปวดไมเกรน Migraine Disorders: พบว่าแมกนีเซี่ยมมีผลช่วยลดอาการปวดได้ โดยเฉพาะหากทานร่วมกับกรดอะมิโน L-carnitine มีรายงานล่าสุดใน Journal of Neural Transmission ระบุว่า ลำพังการตรวจเลือดนั้นไม่สามารถระบุระดับแมกนีเซี่ยมในร่างกายได้ชัดเจนเพราะแร่ธาตุนี้กระจายตัวไปสะสมในของเหลวภายในช่องว่างระหว่างเซลล์เพียง2% สะสมภายในกระดูก 67% และสะสมอยู่ภายในเซลล์ 31% 

     วัยชรา : งานวิจัยกับนักบินอวกาศที่เดินทางนอกโลกเป็นเวลานานๆ จะมีระดับแมกนีเซี่ยมลดลง และมีผลให้อายุของหัวใจแก่กว่าอายุจริงเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่าเมื่อเทียบกับอาศัยบนผิวโลก 

     แมกนีเซี่ยมทำให้หลับได้ดีขึ้น ทำให้การแบ่งตัวของ DNAมีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงช่วยชะลอวัยได้ 

     แหล่งที่มาของแมกนีเซี่ยม : 

     พืชผักใบเขียวที่มีคลอโรฟิลล์ เพราะมีโมเลกุลของแมกนีเซี่ยมอยู่ในแกนกลางของ คลอโรฟิลล์ เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้พืชสามารถแปลงพลังงานแสงอาทิตย์ไปเป็นพลังงานดำรงชีพได้ 

     ขอนำรายการอาหารที่มีแมกนีเซี่ยมสูงๆ มาประกอบเป็นความรู้ รำข้าว, สาหร่ายทะเล, เมล็ดฟักทอง, ผงโกโก้ (ไม่เติมน้ำตาล), ใบกะเพรา, เมล็ดแฟล้กซ์, ยี่หร่า, งาดำ, งาขาว, ถั่วเปลือกแข็ง, ถั่วหิมพานต์, กล้วย, เนื้อปลาแซลมอน, หัวหอม, ผักคะน้า 

     ส่วนในรูปอาหารเสริมที่มีคุณภาพ ก็มักจะมาในรูปของ magnesium citrate หรือ magnesium oxide แต่หากจะต้องการให้ดูดซึมได้ดีที่สุด ควรใช้ magnesium glycinate เพราะผสมกับกรดอะมิโน glycine ที่มีขนาดโมเลกุลเล็กๆ

 

     ผลิตภัณฑ์แนะนำ

     ซีเอ็ม (CM) : แคลเซียม + แมกนีเซียม บำรุงกระดูกและฟัน เสริมระบบประสาท, กล้ามเนื้อ