ใช้ยาพาราอย่างรู้เท่าทัน!? ก่อนเกิดตับวายเฉียบพลัน!!

ใช้ยาพาราอย่างรู้เท่าทัน!? ก่อนเกิดตับวายเฉียบพลัน!!

     ยาพาราเป็นยาแก้ปวดที่ได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย  แต่ถ้าไม่เรื่องรู้วิธีที่ถูกต้องแล้ว อาจจะเกิดตับวายเฉียบพลัน 

   ยาแก้ปวด paracetamol หรืออีกชื่อคือ Acetaminophen ซึ่งมีชื่อทางการค้า ที่เราคุ้นหูคือ Tylenol / Sara (และยังมีอีกนับสิบๆ ยี่ห้อ)  เป็นยาแก้ปวดที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ส่วนหนึ่งเพราะ เป็นยาที่สามารถหาซื้อขายได้ทั่วไป (ไม่ใช่ร้านขายยาก็หาซื้อได้) จึงทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่าใกล้มือ และน่าจะเป็นยาที่ปลอดภัย  ซึ่งก็เป็นความจริง ยา paracetamol เป็นยาที่ปลอดภัยมากจริงๆ ถ้าใช้อย่างถูกต้อง  แต่ถ้าทานไม่ถูกต้อง ยา paracet ก็มีความเป็นพิษต่อตับที่สูงมาก จนเราคาดไม่ถึงโดยในแต่ละปีจะมีผู้ป่วยตับวายเฉียบพลัน จากการทาน paracetamol มากเกินไป (โดยไม่ได้ตั้งใจ) จำนวนมากทุกๆ ปีการเกิดพิษต่อตับจากยา paracetamol เกิดจากหลายๆ สาเหตุ  ดังต่อไปนี้

     1) ทานยาเกิน "ขนาดที่แนะนำ" โดยขนาดยา paracetamol ที่แนะนำในปัจจุบัน คือ ไม่ควรทานเกินวันละ 4,000 มิลลิกรัม/วัน ( 500-1,000 มิลลิกรัม ทานได้ทุก 6 ชั่วโมง)

     แต่ในช่วงที่ผ่านมา USFDA (องค์การอาหาร และยา USA) มีคำแนะนำให้ปรับลดขนาดที่ใช้ต่อวันลงมา  เพื่อลดโอกาสการเกิดพิษต่อตับ  แนะนำให้ทานไม่ควรเกิน 2,600 มิลลิกรัม/วัน  โดยให้แบ่งทาน...ครั้งละ 325-650 มิลลิกรัม ทานได้ทุก 6 ชั่วโมง  หรือ...ครั้งละ 500 มิลลิกรัม ได้ทุก 6 ชั่วโมง 

     (แต่ถ้าจำเป็น ก็ยังสามารถทานได้ สูงสุดไม่เกิน 4,000 มิลลิกรัม/วัน) 

     แต่คำแนะนำขององค์การและยาของไทย ยังคงแนะนำอยู่ที่ ไม่เกิน 4,000 มิลลิกรัมต่อวัน ยังไม่มีการปรับเปลี่ยน)

     2) เป็นกลุ่มคนที่มีความไวต่อการเกิดพิษต่อตับ เช่น ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ, หญิงตั้งครรภ์, ผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่อง  ซึ่งผู้ป่วยเหล่านี้อาจไม่ได้ทานยา paracetamol เกินขนาดที่แนะนำเลย  แต่ก็สามารถเกิดอาการพิษต่อตับขึ้นได้ (ดังนั้น จึงควรเริ่มต้น ทานขนาดต่ำสุด ก่อนเสมอ)

     3) ระยะเวลาที่ทำให้เกิดพิษต่อตับ ยังมีระยะเวลาที่ไม่แน่นอน ปัจจุบันแนะนำให้ทานต่อเนื่องกัน ไม่ควรเกิน 7-10 วัน (บางข้อมูล แนะนำไม่ควรเกิน 5 วัน)

     4) การทานยา paracetamol ร่วมกับ ยาชนิดอื่นที่มีส่วนประกอบของ paracetamol อยู่แล้ว เช่น

         - ยาแก้ไข้หวัด ที่เราคุ้นชื่อกันดี เช่น tiffy, decolgen ...

         - ยาคลายกล้ามเนื้อบางตัว เช่น norgesic, myoflex ...

         - ยาแก้ปวดบางตัว เช่น ultracet, tylenol with codeine ...

          ทำให้ได้รับยา paracetamol เกินขนาด โดยไม่รู้ตัว

     5) การทานยา paracetamol ร่วมกับยาบางตัว ที่มีผลให้เกิดพิษต่อตับ ได้ง่ายมากขึ้น เช่น ยารักษาวัณโรค (Rifampin), ยาทางจิตเวช (carbamazepine), ยากันชัก (phenytoin) หรือการทานร่วมกับการดื่มแอลกอฮอล์

     6) ยา paracetamol ในเด็ก  มีความเข้มข้นที่ต่างกัน ทำให้อาจใช้สับสนกันได้ คือ

     6.1 ขนาดเข้มข้น ชนิดเป็นหยด (paracetamol drop) ( มียาparacet อยู่ 100 มิลลิกรัมต่อปริมาณยา 1 cc) นิยมใช้ในเด็กเล็ก  เพราะใช้ปริมาณยาในการทาน ต่อครั้งน้อยมาก

     6.2 ขนาดปกติ ชนิดเป็น น้ำเชื่อม (paracetamol syrup) (มียาparacet อยู่ 120 มิลลิกรัม ต่อปริมาณยา 5cc (1 ช้อนชา) ใช้ในเด็กทั่วๆไป

           ขนาดยา paracetamol ในเด็ก คำนวนโดย ให้ทานได้ครั้งละ 10-15 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัวเด็กเป็นกิโลกรัม   และสามารถทานได้ทุก 6 ชั่วโมง (ไม่เกิน 4 ครั้ง/วัน)  ขนาดสูงสุดรวมต่อวัน ไม่ควรเกิน 75 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัวเด็ก เป็นกิโลกรัม/วัน

       ยกตัวอย่าง เด็กน้ำหนัก 10 กิโลกรัม ควรทาน paracetamol 100-150 มิลลิกรัม ถ้าทานแบบ syrup ก็คือ 1 ช้อนชา (120  มิลลิกรัม) ต่อการทาน1ครั้ง  แต่ถ้าทานผิดตัว ไปทานชนิด drop เป็น 1 ช้อนชา (5 cc) เด็กจะได้รับ para ถึง 500 มิลลิกรัม  ทั้งที่ต้องการเพียง 120 มิลลิกรัม

      ปัจจุบัน เริ่มมีการยกเลิก การใช้ยา paracetamol ขนาดเข้มข้น (drop) บ้างแล้ว  เนื่องจากถ้ามีการสับสนในการใช้ยา เช่น นำเอาแบบหยด มาใช้แทนแบบน้ำเชื่อม  จะทำให้เด็กได้รับยา paracetamol ในขนาดที่สูง จนเกิดพิษต่อตับได้ จะเห็นว่า การเกิดพิษต่อตับจากยา paracetamol มีหลายปัจจัยมาก  ในภาพรวมหมอขอแนะนำดังนี้

     1) เราควรใช้ยา paracetamol เท่าที่จำเป็น

     2) ถ้ามีเหตุที่ต้องใช้  ก็ควรใช้ตามขนาดที่แนะนำเริ่มต้นก่อนเสมอ คือ 

     เด็ก ขนาดยา 10-15 มิลลิกรัม/กิโลกรัมต่อครั้ง ทานได้ทุก 6 ชั่วโมง (หรือไม่เกิน 4 ครั้งต่อวัน) โดยขนาดสูงสุดรวมทั้งวันไม่เกิน 75 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม/วัน )

     ผู้ใหญ่ เริ่มต้น ไม่ควรเกิน 2,600 มิลลิกรัม/วัน  โดยทาน 325-650 มิลลิกรัม ได้ทุก 6 ชั่วโมง หรือใช้ขนาด 500 มิลลิกรัม ได้ทุก 6 ชั่วโมงและไม่ควรทานต่อเนื่องกันเกิน 7-10วั น  แต่ถ้าไม่ดีขึ้นจึงค่อยเพิ่มขนาดขึ้น  แต่ขนาดสูงสุดไม่ควรเกิน 4,000 มิลลิกรัม/วัน

     3) ก่อนทานยา paracetamol  ควรต้องตรวจดูขนาดยาที่ใช้ให้ดีก่อนทุกครั้ง (paracetamol แบบเม็ด ก็มีหลายขนาดเช่นกัน 325, 500, 650 มิลลิกรัม /เม็ด) (Paracetamol แบบน้ำ ตามรายละเอียดข้อ 6)

     4) คนที่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคตับ หรือมียาที่ต้องทานประจำ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทาน

     5) ในคนที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ควรต้องระวังการใช้ยาให้มาก (อย่างน้อย ก็ควรงดดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงนั้น)

 

     ผลิตภัณฑ์แนะนำ 

    กลุ่มผลิตภัณฑ์ ทรานสเฟอร์ แฟกเตอร์ เสริมระบบภูมิคุ้มกัน