เลือกและเลิกกิน หยุดข้ออักเสบเรื้อรัง รูมาตอยด์ อาการปวดกระดูก

เลือกและเลิกกิน หยุดข้ออักเสบเรื้อรัง, รูมาตอยด์ และอาการปวดกระดูก

 

     รูมาตอยด์ เป็นโรคข้ออักเสบเรื้อรังที่คาดว่าเกิดจากการติดเชื้อและพันธุกรรม พบมากในเพศหญิงวัยกลางคน

     อาการของโรครูมาตอยด์ คือ อ่อนเพลีย ปวดตามข้อ ฝืดขัดข้อเป็นเวลานานในตอนเช้า เมื่อเป็นมากอาจลุกลามไปถึงนัยน์ตา ระบบประสาทและกล้ามเนื้อได้ วิธีรักษาแพทย์จะให้ยาต้านการอักเสบที่ปลอดสารสเตียรอยด์ ในบางกรณีอาจต้องผ่าตัด ฉีดยา และทำกายภาพบำบัดร่วมด้วย

 

     7 สารอาหารบรรเทาปวดไขข้อ

     มีข้อมูลว่าอาหารบางชนิดช่วยลดความเสี่ยงหรือการอักเสบของโรครูมาตอยด์ได้หากกินเป็นประจำ

     1.กรดโอเมกา-3 มีผลต้านการอักเสบในร่างกาย โอเมกา-3 ที่ได้จากอาหารทะเลมีกรดอีพีเอ (EPA = eicsapentaanoic) และดีเอชเอ ซึ่งลดการอักเสบของไขข้อ ผลวิจัยพบว่าการเพิ่มกรดโอเมกา-3 ในอาหาร มีผลโดยตรงในการลดซี–รีแอคทีฟโปรตีนซึ่งกระตุ้นการอักเสบ อาหารที่มีกรดโอเมกา-3 สูง ได้แก่ ปลาทะเล (แซลมอน ทูน่า เทร้าส์ แมคเคอเรล) วอลนัท เต้าหู้ ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง แฟลกซ์สีด น้ำมันจากเมล็ดแฟลกซ์สีด และน้ำมันคาโนลา น้ำมันปลา การวิจัยชี้ให้เห็นว่า น้ำมันปลาช่วยลดอาการปวดไขข้อและลดปริมาณการใช้ยาต้านการอักเสบได้ แต่อาจจะต้องกินติดติอกันประมาณ 3-4 สัปดาห์จึงจะเห็นผล มีคำเตือนว่าน้ำมันปลาอาจมีระดับวิตามินเอหรือสารปรอทสูงจึงควรปรึกษาแพทย์


     2.สารฟลาโวนอยด์ ช่วยต้านเชื้อไวรัส ต้านการอักเสบ และลดการเกิดโรคที่เกี่ยวกับความเสื่อมของร่างกาย เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ไขข้อ เป็นต้น สารฟราโวนอยด์พบในชาเขียว กระเทียม แอ๊ปเปิ้ล เบอร์รี่ ผลไม้ตระกูลส้ม และหอมหัวใหญ่

     3.กรดโฟลิกหรือโฟเลต หรือวิตามินบี 9 พบมากในตับ และผักสีเขียว เช่น ผักโขม ผักคะน้า ส่วนผลไม้ พบมากในส้มและแคนตาลูป ผู้ป่วยโรคไขข้อควรเสริมวิตามินชนิดนี้เพราะมีส่วนช่วยสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง โดยเฉพาะผู้ป่วยที่กินยาเมทโธเทรกเซท (Methotrexate) จำเป็นต้องเสริมกรดโฟลิกเพื่อบรรเทาอาการปวดหรืออักเสบ

     4.ซีลีเนียม ช่วยลดอนุมูลอิสระที่จะทำลายเนื้อเยื่อที่แข็งแรง และช่วยเสริมการทำงานของเอนไซม์ชนิดกลูตาไธโอนเพอร็อกซิเดสที่ต่อสู้กับการอักเสบ ผลวิจัยพบว่า คนที่มีระดับซีลีเนียมต่ำจะมีความเสี่ยงเกิดโรครูมาตอยด์มากขึ้น การกินทูน่าประมาณ 100 กรัม จะช่วยให้ได้รับซีลีเนียมเพียงพอตลอดทั้งวัน

     5.วิตามินซี มีประโยชน์ต่อเนื้อเยื่อภายในข้อและมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ พบได้ในผลไม้ประเภทส้ม พริกไทย สตรอว์เบอร์รี่ เป็นต้น

     6.วิตามินดีและแคลเซียม ควรรับประทานอาหารที่มีวิตามินดีและแคลเซียมให้เพียงพอ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องกินยาประเภทคอร์ติสเตียรอยด์ ซึ่งทำให้เนื้อกระดูกและระดับวิตามินดีในเลือดต่ำ มีผลให้ข้อเสื่อมเร็วขึ้น อาหารที่มีวิตามินดีสูง ได้แก่ น้ำมันตับปลา เนย ครีม ไข่แดง ตับ และอาหารที่มีแคลเซียมสูง ได้แก่ ผักใบเขียวจัด เช่น บรอคโคลี ปลาซาร์ดีนและแซลมอนกระป๋อง (ทั้งกระดูก) นมและผลิตภัณฑ์นม เต้าหู้

     7.แอลกอฮอล์ มีงานวิจัยในปี 2008 สรุปว่า แอลกอฮอล์ช่วยป้องกันโรคไขข้อ แต่ไม่ได้ระบุถึงปริมาณที่แนะนำ ผู้ที่กินยาเมทโธเทรกเซทควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์เพราะอาจมีผลข้างเคียงต่อตับ

 

     อาหารเหล่านี้...ยิ่งกินยิ่งปวด

     มูลนิธิโรครูมาตอยด์หรือไขข้อเปิดเผยว่า ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่แสดงว่าอาหารจะรักษาโรคไขข้อให้หายขาดได้ ในทางตรงกันข้ามอาหารบางชนิดทำให้อาการปวดไขข้อแย่ลง งานวิจัยล่าสุดพบว่า ผู้ที่มีปัญหาโรครูมาตอยด์ 30 – 40 เปอร์เซ็นต์มีอาการดีขึ้นเมื่องดอาหารที่สงสัยว่าทำให้ปวด โดยการเริ่มกินอาหารที่ต้องสงสัยทีละน้อยและสังเกตว่ามีอาการปวดข้อหรือไม่ วิธีนี้จะช่วยให้หาอาหารที่กระตุ้นอาการปวดไขข้อได้ และเมื่องดอาหารเหล่านี้อาการปวดไขข้อก็จะดีขึ้นด้วย

     กรดไขมันอิ่มตัว มีงานวิจัยชี้ให้เห็นว่าไขมันอิ่มตัวอาจเพิ่มการอักเสบ เนื่องจากกรดไขมันอิ่มตัวไปกระตุ้นการสร้างสารพรอสตาแกลนดินที่ก่อให้เกิดการอักเสบ อาการปวดบวมและข้อเสื่อมในโรครูมาตอยด์ อาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง ได้แก่ เนื้อสัตว์ติดมัน เนย ครีม เป็นต้น

     กรดไขมันโอเมกา-6 เป็นไขมันที่พบในน้ำมันพืชที่มีกรดไลโนเลอิค เช่น น้ำมันข้าวโพด ถั่วเหลือง ดอกทานตะวัน จมูกข้าวสาลี เป็นต้น

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.healthandcuisine.com/detail.aspx…

 

     ผลิตภัณฑ์แนะนำ

     Transfer Factor Tri-Factor (ทรานสเฟอร์ แฟกเตอร์ ไตร-แฟกเตอร์) : ปรับสมดุลระบบภูมิคุ้มกัน, ภูมิแพ้, หอบหืด, ภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง เช่น รูมาตอยด์, เอสแอลอี (โรคพุ่มพวง), สะเก็ดเงิน, กล้ามเนื้ออ่อนแรง

      Bio EFA (ไบโอ อีเอฟเอ) : กรดไขมันจำเป็น Omega-3, Omega-6, น้ำมันจากเมล็ดโบราจ (Borage Seed Oil) (GLA), น้ำมันจากเมล็ดลินิน (Flaxseed Oil) (ALA) และกรดไขมันจำเป็น Conjugated Linoleic Acid (CLA)  ให้ประโยชน์ต่อหลอดเลือดหัวใจ, ระบบประสาท, สุขภาพผิว, ระบบทางเดินหายใจ และการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน, ลดการอักเสบ, ลดการอักเสบรูมาตอยด์, ข้ออักเสบ

     CM (ซีเอ็ม) : แคลเซียม, แมกนีเซียม, วิตามินดี, โบรอน, วิตามินอี  ช่วยเสริมสร้างกระดูก, ระบบกล้ามเนื้อ, ระบบประสาท