ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร VS อาหารเสริม ต่างกันอย่างไร มีหลักและวิธีในการเลือกซื้ออย่างไร

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร VS อาหารเสริม ต่างกันอย่างไร
มีหลักและวิธีในการเลือกซื้ออย่างไร

 

     มีหลายคนสับสนระหว่างผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และอาหารเสริม ว่าต่างกันอย่างไร บางคนก็แยกไม่ออกระหว่าง 2 อย่างนี้ จึงเรียกรวมกันเป็นชื่อเดียวเลยก็มี วันนี้เรามีหลักในการแยกระหว่างอาหารเสริม และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมาฝาก และยิ่งไปกว่านั้นเรามีเคล็ดลับดีๆ ในการเลือกซื้อ  และเคล็ดลับในการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารให้ได้ผลดีที่สุด  เพื่อเป็นทางเลือกแก่ผู้สนใจมาฝากด้วยค่ะ

 

      ก่อนอื่นมาดูกันก่อนเลยว่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร VS อาหารเสริม 2 อย่างนี้ ต่างกันอย่างไร? 

     ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร คือ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้รับประทานโดยตรงนอกเหนือไปจากการรับประทานอาหารหลักตามปกติ ซึ่งอาจอยู่ในรูปของเม็ด เกล็ด ผง แคปซูล ของเหลว หรือรูปแบบอื่น ๆโดยมีจุดมุ่งหมายสำหรับผู้ที่มีสุขภาพปกติแต่ไม่สามารถรับประทานอาหารหลักได้ครบ ไม่ใช่สำหรับผู้ป่วย มีทั้งชนิดที่เป็นสารสังเคราะห์และชนิดที่เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ ตัวอย่างเช่น วิตามินซี วิตามินบีรวม หรือแคลเซียมอัดเม็ดที่เรานิยมซื้อมารับประทานเพื่อหวังผลทางด้านสุขภาพนั่นเอง

     อาหารเสริม คือ อาหารที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย ขาดไม่ได้ต้องได้รับเสริมเพิ่มเติมจากอาหารหลัก 5 หมู่ จึงจะทำให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง เช่น อาหารเสริมที่ต้องให้ทารกและเด็กเล็กรับประทานตามวัยอันสมควร

 

     ***เพราะฉะนั้น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจึงไม่ใช่อาหารเสริม รู้แล้วก็อย่าลืมเรียกให้ถูกนะคะ

 

     ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เป็นของเหลว VS เครื่องดื่ม ต่างกันอย่างไร ?

     หากของเหลวที่เราบริโภค มีวัตถุประสงค์หรือลักษณะที่ให้รสชาติ กลิ่น รส จัดเป็น “เครื่องดื่ม”  

     แต่หากเป็นของเหลวที่บริโภคโดยไม่มุ่งหมายเพื่อให้รสชาติ หรือบริโภคในลักษณะที่แตกต่างจากเครื่องดื่มธรรมดาทั่วไป (เช่น ครั้งละ 15 ml, วันละ 2 ครั้ง) หรือเป็นของเหลวข้นสำหรับหยดใส่น้ำหรือน้ำผลไม้ เพื่อมุ่งหมายในการให้สารบางอย่าง จะจัดเป็น “ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร”

  

     รับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่างไรให้ได้ผลดีที่สุด?

     - ควรเลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารให้ถูกชนิดและเหมาะสมกับอายุ สภาพร่างกาย และการดำเนินชีวิตของผู้ที่รับประทาน

     - ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่สามารถทดแทนอาหารหลักได้  ผู้ที่รับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจึงยังมีความจำเป็นต้องรับประทานอาหารหลักให้ครบถ้วน

     - ทำจิตใจให้ปลอดโปร่งเบิกบานควบคู่ไปกับการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อสุขภาพร่างกายและจิตใจที่ดี ซึ่งจะส่งผลให้อายุยืนยาว

     - อย่าลืมว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจัดเป็นอาหารในกลุ่มที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ ที่มุ่งหมายให้สารบางอย่างเท่านั้น จึงอาจมีอันตรายจากการบริโภค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้เพื่อความปลอดภัย

 

     การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

     การตัดสินใจว่าจะใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือไม่สามารถพิจารณาจากรายละเอียดเหล่านี้

     1. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจำเป็นหรือไม่?

     หากสามารถรับประทานอาหารหลักครบ 5 หมู่ได้อย่างครบถ้วนเพียงพอ ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ รักษาร่างกายให้แข็งแรง  ก็ไม่มีความจำเป็นต้องซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมาบริโภคแต่อย่างใด  เนื่องจากเป็นการฟุ่มเฟือยโดยใช่เหตุ และการรับประทานสารสกัดเข้มข้นอาจทำให้เราได้รับอันตรายจากการได้รับสารนั้นในปริมาณมากเกินไปได้

     2. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีประโยชน์จริงหรือ? 

   ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมิใช่ยารักษาโรค การรับประทานเพื่อหวังจะรักษาโรคใดโรคหนึ่งนั้นเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นผู้บริโภคต้องดูงานวิจัยและแหล่งข้อมูลอื่นๆที่เชื่อถือได้ หากไม่สามารถตัดสินใจได้ สามารถสอบถามมายังสายด่วน อย.1556 หรือปรึกษาแพทย์และเภสัชกร เพราะบางครั้งการขายตรง ก็ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดว่าสามารถป้องกันหรือรักษาโรคได้ ทำให้ละเลยการดูแลสุขภาพที่ถูกต้อง และทำให้เราเสียโอกาสในการรักษาที่ควรจะได้รับ

     3. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารปลอดภัยไหม?

     แม้ว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารส่วนใหญ่จะมาจากธรรมชาติ  แต่ก็อาจทำให้เกิดการแพ้หรือมีผลข้างเคียงจากได้  จึงควรระวังหากเคยแพ้อาหารหรือสารบางอย่าง  ซึ่งอาการแพ้ เช่น มีผื่นขึ้นตามตัว มีแผลที่ปาก ปากบวม ฯลฯ จะหายภายใน 2-3 วันเมื่อหยุดรับประทาน และทานยาแก้แพ้ หรือปรึกษาแพทย์และเภสัชกรจะดีที่สุด และอย่าลืมแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งว่าแพ้ยาหรืออาหารชนิดใดบ้าง

      ในกรณีที่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีผลข้างเคียงจะต้องมีคำเตือนระบุไว้ที่ฉลาก เช่น “น้ำมันปลา” ห้ามใช้ในผู้ที่แพ้ปลาทะเล และควรระวังในผู้ที่เลือดแข็งตัวช้า หรือผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เป็นต้น นอกจากนี้ก็อาจเกิดจากความไม่ปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ที่ผลิตไม่ได้มาตรฐาน เช่น การปนเปื้อนของโลหะหนัก 

     4. ราคาเหมาะสมหรือไม่ ?

     ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมักจะมีราคาแพง  ดังนั้นผู้บริโภคควรคำนึงถึงความปลอดภัยและประโยชน์ที่จะได้รับว่าคุ้มกับเงินที่ต้องจ่ายไปหรือไม่  เพราะเราสามารถรับสารอาหารจากอาหารประจำวัน  โดยรับประทานให้หลากหลายครบทุกหมู่ เช่น การรับประทานผักผลไม้สด ก็จะได้คุณค่าที่มาพร้อมกับความอร่อยในราคาที่ถูกกว่า   เมื่อตัดสินใจจะซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร  ท่านต้องพิจารณาว่า จะใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดใด  โดยมีหลักการเลือกขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละคน เช่น ผลิตภัณฑ์ประเภทน้ำมันปลาสำหรับผู้ที่ต้องการกรดไขมันไม่อิ่มตัวหรือโอเมก้า3 ส่วนผลิตภัณฑ์ประเภทเพิ่มใยอาหารสำหรับผู้ที่ไม่ทานผักหรือผลไม้แต่ต้องการใยอาหารเพื่อช่วยเพิ่มกากในระบบขับถ่าย

     5. จะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่างไรดี?

     ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต้องได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อ.ย.) เพื่อประเมินความปลอดภัยและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ก่อนวางจำหน่าย ดังนั้นจึงควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่แสดงฉลากถูกต้องและมีเลขทะเบียนตำรับอาหาร อ่านข้อมูลของผลิตภัณฑ์จากฉลากที่ได้รับอนุญาต

     6.ไม่ควรเชื่อข้อมูลจากการโฆษณา ของผู้จำหน่ายที่นอกเหนือจากที่ระบุในฉลาก เช่น ข้อมูลบนแผ่นพับโฆษณา บางครั้งไม่ได้ผ่านการตรวจสอบหรือได้รับอนุญาตจากอ.ย. ซึ่งมักบรรยายสรรพคุณมากมายและอาจโฆษณาเกินจริงได้

     7. บนฉลากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต้องมีอะไรบ้าง?

     ต้องตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์อาหารเสริมนั้นๆ มีฉลากภาษาไทยหรือไม่ และบนฉลากจะต้องแสดงรายละเอียดดังต่อไปนี้

     - เครื่องหมาย อย. โดยในกรอบต้องมีอักษรย่อ ฉผผส ซึ่งแสดงว่า เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ผลิตในประเทศหรือนำส่งมาจากต่างประเทศแต่มาบรรจุในไทย หรืออักษรย่อ ฉสผส สำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ผลิตหรือนำเข้ามาจากต่างประเทศ  ตามด้วยตัวเลขบอกลำดับและปี พ.ศ.ที่ได้รับอนุญาต

     - รายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับชื่อผู้ผลิตหรือผู้จำหน่าย คำกำกับชื่ออาหารว่า “ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร” การเก็บรักษา ส่วนประกอบ วันผลิต วันหมดอายุ ข้อควรระวัง วิธีใช้ ปริมาณหรือน้ำหนักสุทธิ

      8. ข้อห้ามใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร?

     ต้องศึกษาว่าโรคประจำตัวของเราเป็นข้อห้ามใช้ผลิตภัณฑ์นั้นๆ หรือต้องระมัดระวังการใช้เป็นพิเศษหรือไม่ผลข้างเคียงที่ระบุไว้ที่ฉลากท่านรับได้หรือไม่การบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจะต้องบริโภคในปริมาณที่กำหนดไว้บนฉลาก หรือในขนาดที่แนะนำเพื่อความปลอดภัยต้องไม่ละเลยการดูแลสุขภาพควบคู่ไปด้วยหากมีโรคประจำตัวอื่นจะต้องไม่ลืมที่จะแจ้งให้แพทย์ทราบว่า ใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารตัวใดอยู่ เพื่อให้ได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม และได้รับประโยชน์สูงสุดจากการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้น

 

     ควรใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเท่าที่จำเป็น ให้เหมาะกับสภาวะร่างกายในขณะนั้น  เพราะผลิตภัณฑ์ส่วนมากยังไม่มีผลการศึกษาวิจัยเพียงพอถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัย  บางชนิดเคยใช้เป็นยาแต่ถูกถอนออกจากเภสัชตำรับ เพราะเป็นอันตรายหรือไม่มีคุณค่าเพียงพอ นอกจากจะสิ้นเปลืองและค่าใช้จ่ายสูงแล้ว บางชนิดยังอาจต้านหรือเสริมฤทธิ์ของยาที่ใช้ร่วม บดบังอาการของโรค ทำให้เข้ารับการรักษาล่าช้าไป ทำให้สมดุลของร่างกายเสีย การใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจึงควรศึกษาข้อมูลให้ถี่ถ้วน ปรึกษาเภสัชกรหรืออยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

MarySmit at 18 สิงหาคม 2018 20:57
ผมสงสัยเกี่ยวกับฟีโรโมนพวกนี้จังเลย เคยได้รับการยืนยันหรืออะไรบ้างไหม? หลังจากใช้เจลนี้แล้ว พวกคุณสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงใดๆ บ้างไหมในชีวิตส่วนตัวของพวกคุณ และ กับคนอื่นๆ ที่พวกคุณติดต่อด้วย? โปรดบอกให้ผมรู้ด้วยนะครับ ผมสงสัย. <a href=http://titangel-in-thailand.com/>http://titangel-in-thailand.com/</a> เพียงแค่ 2-3 สัปดาห์เท่านั้นจะเห็นผลประมาณ 1-2,5 ซม. Mikhalkov V.A. แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านศัลยแพทย์ (ประสบการณ์การทำงานมากกว่า 5 ปี) Titan Gel (ไททัน เจล) ดีที่สุด ได้ผลและเห็นผลเร็วที่สุด อายุระหว่าง 18 ถึง 35 ปี.