ติดเชื้อโรคเริม และการเสริมระบบภูมิคุ้มกันด้วยทรานสเฟอร์ แฟกเตอร์

ติดเชื้อโรคเริม และการสริมระบบภูมิคุ้มกัน

 

    ใครที่เคยมีอาการที่เกิดกับผิวหนังคงจะทราบดีว่า การเกิดโรคกับผิวหนังทำให้ร่างกายมีอาการเจ็บปวด และทรมานจากอาการของโรคบ่อยๆ  หากมีตุ่มที่ผิวหนังจะทำให้มีอาการปวดแสบ ปวดร้อน ทำให้ใส่สวมใส่เสื้อผ้าลำบาก เช่น โรคทางผิวหนังการติดเชื้อโรคเริม ไม่ว่าจะเป็นชนิดของการติดเชื้อเริมที่บริเวณอวัยวะเพศ หรือชนิดที่ทำให้เกิดแผลที่ริมฝีปาก ล้วนแล้วแต่ทำให้มีความทรมานเช่นกัน

 

     โรคเริมเกิดจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า Herpes simplex มีเชื้อไวรัส 2 ชนิด คือ ชนิดที่เกิดบริเวณอวัยวะเพศ และชนิดที่ทำให้เกิดแผล เช่น บริเวณริมฝีปาก สำหรับชนิดเชื้อเริมที่อวัยวะเพศ มีสาเหตุจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน และจากแม่สู่ลูก โดยเฉพาะหากแม่มีอาการกำเริบจากโรคระหว่างคลอด จะส่งผลทำให้เชื้อมีโอกาสเสี่ยงในการแพร่ไปยังลูกได้  และสำหรับเชื้อเริมที่ริมฝีปาก มักจะมาจากการใช้ของร่วมกัน เช่น แปรงสีฟัน แก้วน้ำ ลิปสติก หลอดดูดน้ำ การจูบปาก โรคเริมจะมีการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นได้ในระยะที่พบได้ ทั้งระยะฟักตัว ระยะแผลพุพองบนผิวหนัง และระยะอาการปรากฏอยู่และหลังจากตุ่มที่แผลหายสนิท

 

     อาการของโรคเริม 

   จะมีอาการปวดแสบปวดร้อน เกิดผื่น และมีตุ่มใสๆ หากมีตุ่มหลายตุ่มรวมกันจะกลายเป็นแผลใหญ่  อาจมีอาการไข้ต่ำๆ ร่วมด้วย  โรคเริมในระยะที่มีการซ้ำของโรคจะค่อยทวีความรุนแรงน้อยลง เพราะร่างกายของผู้ติดเชื้อจะมีการสร้างระบบภูมิคุ้มกันขึ้นมาเพื่อต่อต้านไวรัสเริม หายเร็วกว่าการเกิดอาการของเริมครั้งแรก  โดยปกติแล้วจะหายได้ในระยะเวลาไม่เกิน 10 วัน  ซึ่งหลังจากหายจากโรคเริมในครั้งแรก หากมีร่างกายอ่อนแอ ไม่ดูแลตนเอง มีความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ ที่มีผลทำให้ร่างกายมีระบบภูมิคุ้มกันต่ำลงจะทำให้โรคเริมกลับมาเป็นซ้ำได้อีก

 

     วิธีการรักษาโรคเริม

     จะแบ่งการรักษา 2 แบบ คือ แบบครั้งคราว ซึ่งมักจะใช้วิธีการนี้กับผู้ที่ติดเชื้อและมีอาการติดเชื้อเริมไม่มากนัก เป็นการใช้ยาต่อต้านไวรัสแต่ละครั้งตามอาการของการเกิดโรคปรากฏ และแบบระงับอาการ วิธีการรักษาอาการแบบนี้ใช้กับผู้ติดเชื้อที่มีอาการของโรคบ่อยมากกว่า 6 ครั้งต่อปี มีความรุนแรง ทำให้มีการใช้ยาต้านไวรัสมากกว่าเป็นระยะเวลานานกว่าแบบแรก

 

     การป้องกันโรคเริม

     สามารถทำได้โดยการสวมใส่ถุงอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ หลีกเลี่ยงการจูบเมื่อพบว่าใครคนใดคนหนึ่งมีตุ่มใสเกิดขึ้นบริเวณฝีปาก งดการมีเพศสัมพันธ์หากมีอาการของโรคเริมกำเริบอยู่ พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เครียดจนเกินไป ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

 

     โรคเริมเกิดจากการติดเชื้อไวรัส  ซึ่งใครที่เป็นแล้วหากมีร่างกายอ่อนแอ ก็อาจจะทำให้เกิดการกำเริบซ้ำได้ขึ้นมาอีก  สิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งคือการสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย  เพื่อให้ร่างการมีหน่วยตรวจจับเชื้อโรค ยับยั้งการแพร่ของเชื้อที่ทำอันตรายต่อร่างกาย การใช้ ทรานสเฟอร์ แฟกเตอร์ (Transfer Factor) เป็นทางเลือกหนึ่งที่ดีต่อการดูแลรักษาโรคในยามที่ร่างกายอ่อนแอ เพื่อให้ร่างกายกลับมาแข็งแรงโดยเร็ว  ด้วย ทรานสเฟอร์ แฟกเตอร์ มีสารธรรมชาติที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้คุ้มกันร่างกายได้เป็นอย่างดี ดังนั้นหากเราต้องการให้สุขภาพร่างกายของเราแข็งแรง ไม่ทำให้เกิดโรคเริมซ้ำได้อีก ใส่ใจรับประทาน ทรานสเฟอร์ แฟกเตอร์ ให้ได้ทุกวันนะคะ

 

 

    ผลิตภัณฑ์แนะนำ :

    ทรานสเฟอร์ แฟกเตอร์ พลัส (Transfer Factor Plus) : เพิ่มประสิทธิภาพระบบภูมิคุ้มกันได้สูงถึง 437% สำหรับผู้ป่วยมะเร็ง, เนื้องอก, ติดเชื้อต่างๆ เช่น หวัด, วัณโรค, ไข้เลือดออก,  ตับอักเสบ, เอชไอวี, ติดเชื้อไวรัส, ติดเชื้อแบคทีเรีย